นโยบายการกำกับดูแลกิจการที่ดี

คณะกรรมการบริษัทได้ให้ความสำคัญต่อการปฏิบัติตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี โดยได้ตระหนักถึงบทบาทและหน้าที่ความรับผิดชอบของคณะกรรมการบริษัทและคณะผู้บริหารในการสร้างเสริมให้เกิดการกำกับดูแลกิจการที่ดี เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของกิจการ และเสริมสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้ถือหุ้น ผู้ลงทุน และผู้ที่เกี่ยวข้องทุกฝ่าย ด้วยการบริหารงานอย่างมีประสิทธิภาพและโปร่งใส จึงได้มีการกำหนดนโยบายสนับสนุนการกำกับดูแลกิจการ โดยยึดแนวทางการกำกับดูแลกิจการที่ดีสำหรับบริษัทจดทะเบียนของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ทั้งนี้คณะกรรมการได้พิจารณาและทบทวนการนำหลักปฏิบัติตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี เพื่อนำมาปรับใช้ให้เหมาะสมกับการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ ซึ่งสรุปสาระสำคัญการดำเนินการด้านการกำกับดูแลกิจการของบริษัทฯ ดังนี้

สิทธิของผู้ถือหุ้น

ผู้ถือหุ้นย่อมมีสิทธิในฐานะเจ้าของบริษัท มีสิทธิเข้าร่วมประชุมผู้ถือหุ้นเพื่อกำหนดทิศทางการดำเนินการของบริษัทฯ ผ่านคณะกรรมการบริษัท ที่ผู้ถือหุ้นคัดเลือกมาปฏิบัติหน้าที่หรือตัดสินใจเรื่องที่มีผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อบริษัท การประชุมผู้ถือหุ้นจึงเป็นเวทีสำคัญสำหรับผู้ถือหุ้นในการแสดงความคิดเห็น ซักถาม และลงมติตัดสินใจดำเนินการหรือไม่ดำเนินการ ดังนั้น ผู้ถือหุ้นจึงมีสิทธิโดยชอบที่จะเข้าร่วมประชุม มีเวลาเพียงพอสำหรับการพิจารณา และรับทราบผลการลงมติ โดยสิทธิขั้นพื้นฐานของผู้ถือหุ้น ได้แก่

  1. บริษัทฯ ต้องไม่กระทำการใดๆ ที่มีลักษณะเป็นการจำกัดสิทธิในการเข้าถึงสารสนเทศของบริษัทฯ อาทิ ผู้ถือหุ้นต้องได้รับข้อมูล ขั้นตอน ระเบียบวาระการประชุมผู้ถือหุ้นและข้อมูลประกอบการพิจารณาอย่างครบถ้วนเพียงพอ ผู้ถือหุ้นต้องมีระยะเวลาพอสมควรในการพิจารณาก่อนการประชุมผู้ถือหุ้นโดยได้รับล่วงหน้าก่อนการประชุมไม่น้อยกว่า 7 วัน บริษัทฯ ต้องมีช่องทางที่หลากหลาย เพื่อให้ผู้ถือหุ้นสอบถามรายละเอียดเกี่ยวกับการประชุมผู้ถือหุ้น
  2. คณะกรรมการบริษัทมีหน้าที่อำนวยความสะดวกในการประชุมผู้ถือหุ้น สถานที่จัดการประชุมควรมีขนาดเพียงพอและสามารถรองรับจำนวนผู้ถือหุ้น ตั้งอยู่ในกรุงเทพมหานครหรือจังหวัดใกล้เคียงที่ไม่ไกลเกินไปจนเป็นอุปสรรคต่อการเดินทาง มีสิ่งอำนวยความสะดวกแก่ผู้พิการ มีการรักษาความปลอดภัยและพร้อมรับมือกับเหตุฉุกเฉิน
  3. บริษัทฯ ต้องไม่กระทำการใดๆ ที่มีลักษณะเป็นการจำกัดสิทธิในการเข้าร่วมประชุมของผู้ถือหุ้น ผู้ถือหุ้นทุกคนย่อมมีสิทธิเข้าร่วมประชุมผู้ถือหุ้นตลอดระยะเวลาการประชุม มีสิทธิซักถามข้อสงสัย เสนอความคิดเห็นต่อที่ประชุมตามระเบียบวาระการประชุมและเรื่องที่เสนอ และออกเสียงลงมติในวาระการประชุม
  4. ประธานที่ประชุมควรจัดสรรเวลาให้อย่างเหมาะสม และส่งเสริมให้ผู้ถือหุ้นได้มีโอกาสในการแสดงความคิดเห็นและตั้งคำถามต่อที่ประชุมในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับบริษัทฯ ได้ รวมทั้งเปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นส่งคำถามล่วงหน้าก่อนวันประชุม โดยกำหนดหลักเกณฑ์การส่งคำถามล่วงหน้าให้ชัดเจน และแจ้งให้ผู้ถือหุ้นทราบพร้อมกับการนำส่งหนังสือเชิญประชุมผู้ถือหุ้น และจะเผยแพร่หลักเกณฑ์การส่งคำถามล่วงหน้าดังกล่าวไว้บนเว็บไซต์ของบริษัทฯ ด้วย
  5. ผู้ถือหุ้นย่อมมีสิทธิมอบฉันทะให้ผู้อื่นมาประชุม และลงมติแทนผู้ถือหุ้น โดยผู้ถือหุ้นมีสิทธิได้รับเอกสารและคำแนะนำในการมอบฉันทะ ทั้งนี้ ผู้รับมอบฉันทะที่ถูกต้องตามกฎหมายและยื่นหนังสือมอบฉันทะให้กรรมการในที่ประชุมแล้วย่อมมีสิทธิเข้าร่วมประชุมและลงมติเช่นเดียวกับผู้ถือหุ้นทุกประการ หรือผู้ถือหุ้นอาจมอบฉันทะให้กรรมการอิสระท่านใดท่านหนึ่งมาประชุมและลงมติแทนก็ได้ ผู้ถือหุ้นมีสิทธิได้รับประวัติและข้อมูลการทำงานของกรรมการอิสระแต่ละท่านอย่างครบถ้วน เหมาะสมในการพิจารณา
  6. ผู้ถือหุ้นมีสิทธิออกเสียงลงคะแนนแยกสำหรับแต่ละระเบียบวาระที่เสนอ การลงมติต้องเลือกใช้วิธีการและอุปกรณ์ออกเสียงที่โปร่งใส สะดวก รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพ สามารถแสดงผลการลงมติได้รวดเร็ว และผู้ถือหุ้นมีสิทธิทราบผลการลงมติอย่างทันท่วงที
  7. กรรมการบริษัท ทุกคน รวมทั้งคณะกรรมการชุดย่อย และเลขานุการบริษัท ต้องเข้าร่วมประชุมผู้ถือหุ้นทุกครั้ง หากไม่ติดภารกิจสำคัญ เพื่อตอบข้อซักถามและรับฟังความคิดเห็นของผู้ถือหุ้น ทั้งนี้ ผู้บริหารระดับสูง ทุกคนควรเข้าร่วมการประชุมผู้ถือหุ้นเพื่อตอบข้อซักถามเช่นกัน
  8. เปิดเผยให้สาธารณชนทราบถึงผลการลงคะแนนของแต่ละวาระในการประชุมสามัญและวิสามัญผู้ถือหุ้นในวันทำการถัดไปบนเว็บไซต์ของบริษัทฯ

คณะกรรมการบริษัท ต้องรายงานการเปลี่ยนแปลงการถือหลักทรัพย์ของบริษัท ตามกฎเกณฑ์ของคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ และกำหนดให้จัดทำรายงานการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวให้ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท รับทราบด้วย

การปฏิบัติต่อผู้ถือหุ้นอย่างเท่าเทียมกัน

บริษัทฯ จะปฏิบัติต่อผู้ถือหุ้นอย่างเท่าเทียมกัน โดยไม่คำนึงถึงเพศ อายุ เชื้อชาติ สัญชาติ ศาสนา ความเชื่อ ความคิดเห็นทางการเมือง หรือความพิการ และแม้ผู้ถือหุ้นจะไม่สามารถเข้าร่วมประชุมด้วยเหตุไม่สะดวกประการใด ผู้ถือหุ้นย่อมมีสิทธิมอบฉันทะให้บุคคลอื่นเข้าร่วมประชุมแทนได้ โดยมีแนวปฏิบัติดังต่อไปนี้

  1. คณะกรรมการบริษัท ต้องรักษาสิทธิของผู้ถือหุ้น และปฏิบัติต่อผู้ถือหุ้นทุกรายอย่างเท่าเทียมกัน ผู้ถือหุ้นทุกรายย่อมมีสิทธิรับข้อมูลหรือเอกสารเป็นภาษาไทย หรือภาษาอังกฤษสำหรับผู้ถือหุ้นชาวต่างชาติ โดยเอกสารที่ส่งให้กับผู้ถือหุ้นชาวต่างชาติต้องแปลเป็นภาษาอังกฤษ
  2. กำหนดให้สิทธิออกเสียงในที่ประชุมเป็นไปตามจำนวนหุ้นที่ผู้ถือหุ้นถืออยู่ โดย 1 หุ้นมีสิทธิเท่ากับ 1 เสียง

คณะกรรมการบริษัทสนับสนุนให้ผู้ถือหุ้นข้างน้อยใช้สิทธิของตนเสนอวาระการประชุมเพิ่มเติม หรือเสนอชื่อบุคคลเพื่อแต่งตั้งเป็นกรรมการ ทั้งนี้ การขอเพิ่มวาระการประชุมหรือเสนอชื่อบุคคลเพื่อเป็นกรรมการเป็นไปตามกฎหมายและข้อบังคับของบริษัทฯ โดยหน่วยงานสำนักกรรมการผู้จัดการใหญ่และเลขานุการบริษัท มีความพร้อมในการรับข้อเสนอ ให้ความช่วยเหลือ และให้คำแนะนำได้ โดยสามารถติดต่อผ่านช่องทางดังนี้

บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน)
อาคาร ดร. เกฮาร์ด ลิงค์ 5 ถนนกรุงเทพกรีฑา
แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ กรุงเทพฯ 10240
(E- mail: ir@bgrimmpower.com หรือทางโทรสารที่เบอร์ +66 (0) 2379 4259)

บทบาทต่อผู้มีส่วนได้เสีย

การดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ และบริษัทย่อย ย่อมเกี่ยวข้องกับบุคคลหลายฝ่าย ตั้งแต่ผู้ถือหุ้น กรรมการ ผู้บริหาร พนักงาน เจ้าหนี้ ลูกค้า คู่ค้า คู่แข่ง ไปจนถึงชุมชน ประเทศชาติ และสังคมโลก บริษัทฯ จึงตระหนักถึงความสำคัญในการดูแลและคำนึงถึงผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม โดยในการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ ยังได้คำนึงถึงสิทธิของผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่ายเพื่อประโยชน์ร่วมกันอย่างยั่งยืนตามแนวทางดังต่อไปนี้

  1. บริษัทฯ และบริษัทย่อย แบ่งผู้มีส่วนได้เสียออกเป็นกลุ่ม ได้แก่ เจ้าหนี้ ลูกค้า คู่ค้า บริษัทที่บริษัทฯ หรือบริษัทย่อยถือหุ้น บุคลากรของบริษัทฯ และบริษัทย่อย ชุมชนและสังคมในภาพรวม ทั้งนี้ บริษัทฯ ได้จัดให้มีช่องทางในการสื่อสารกับผู้มีส่วนได้เสียแต่ละกลุ่มอย่างพอเพียง โดยผู้มีส่วนได้เสียสามารถแสดงความเห็นผ่านช่องทางการสื่อสารกับบริษัทฯ ได้ดังนี้

    ที่ตั้งสำนักงานใหญ่: อาคาร ดร. เกฮาร์ด ลิงค์ 5 ถนนกรุงเทพกรีฑา
    แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ กรุงเทพฯ 10240
    โทรศัพท์: +66 (0) 2710 3400
    โทรสาร: +66 (0) 2379 4245
    เว็บไซต์: www.bgrimmpower.com

  2. บริษัทฯ และบริษัทย่อย มีพันธะสัญญาต่อลูกค้าในการพัฒนาสินค้า และบริการให้ดียิ่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง และกำหนดราคาสินค้าให้เหมาะสมกับสถานการณ์ โดยไม่กระทำการใดอันเป็นการเอาเปรียบลูกค้าภายใต้กฎหมายคุ้มครองลูกค้า และกฎหมายป้องกันการผูกขาดทางการค้า ในการปฏิบัติต่อคู่ค้าของบริษัทฯ และบริษัทย่อย บริษัทฯ และบริษัทย่อยต้องดำเนินธุรกิจอย่างเป็นธรรม และต้องไม่เอาเปรียบคู่ค้า โดยถือเอาประโยชน์ของบริษัทฯ และบริษัทย่อย เป็นที่ตั้ง
  3. บริษัทฯ และบริษัทย่อย คำนึงถึงสวัสดิภาพของบุคลากร โดยไม่เอาเปรียบในการทำสัญญาจ้าง มีการกำหนดค่าตอบแทนและสวัสดิการที่เหมาะสมกับศักยภาพเพื่อกระตุ้นให้บุคลากรบริษัทฯ และบริษัทย่อยมีแรงจูงใจในการทำงานรวมไปถึงการจัดให้มีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพสำหรับพนักงานเพื่อการดูแลพนักงานในระยะยาวต่อไปมีการฝึกอบรม และให้การศึกษาเพิ่มเติมเพื่อเพิ่มศักยภาพของบุคลากร มีสิ่งแวดล้อมในการทำงานที่ดี มีการกำหนดมาตรฐานความปลอดภัย สร้างวินัยในการทำงาน ได้รับการเอาใจใส่ดูแลอย่างทั่วถึง และมีแผนชดเชยที่ดี หากมีเหตุให้บุคลากรของบริษัทต้องยุติการทำงานด้วยสาเหตุใดก็ตาม
  4. บริษัทฯ มีหน่วยงานที่รับผิดชอบต่อสังคมเพื่อให้การช่วยเหลือ สนับสนุน และสร้างประโยชน์แก่ชุมชนและสังคมในภาพรวม โดยบริษัทฯ มีแผนการในการรักษาสิ่งแวดล้อม และความปลอดภัย โดยเฉพาะอย่างยิ่งผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมที่อาจเกิดจากธุรกิจของบริษัทฯ มีแผนชดเชยที่ดี หากมีอุบัติเหตุ และมีการวางแผนแก้ไขอย่างยั่งยืน

คณะกรรมการบริษัท ได้ดำเนินการประชาสัมพันธ์สื่อความถึงความตระหนัก และความเอาใจใส่ที่มีต่อผู้มีส่วนได้เสียอย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอ

การเปิดเผยข้อมูลและความโปร่งใส

บริษัทให้ความสำคัญในการเปิดเผยข้อมูลที่สำคัญอย่างครบถ้วน ถูกต้อง ทันเวลา ไม่บิดเบือนข้อเท็จจริง และแสดงให้เห็นถึงสถานภาพของการประกอบการและสถานภาพทางการเงินที่แท้จริงของบริษัท รวมทั้งอนาคตของธุรกิจของบริษัท เพื่อให้ผู้มีส่วนได้เสียใช้ประกอบการตัดสินใจ การเปิดเผยข้อมูลเป็นดัชนีชี้วัดความโปร่งใสในการดำเนินงานซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นแก่นักลงทุนถึงความซื่อสัตย์สุจริตในการดำเนินงาน และเป็นกลไกในการตรวจสอบการดำเนินงาน บริษัทฯ จึงให้ความสำคัญกับการเปิดเผยข้อมูลเป็นอย่างมาก และพยายามเพิ่มช่องทางในการให้ข้อมูลตลอดเวลา

  1. คณะกรรมการบริษัท ดำเนินการเปิดเผยสารสนเทศ ทั้งที่เป็นสารสนเทศทางการเงิน และที่ไม่ใช่ทางการเงินอย่างเพียงพอ เชื่อถือได้ และทันเวลา เพื่อให้ผู้ถือหุ้นและผู้มีส่วนได้เสียของบริษัท ได้รับสารสนเทศอย่างเท่าเทียมกันตามที่กำหนดโดยกฎหมายและหน่วยงานของภาครัฐที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งข้อบังคับของบริษัท บริษัทฯได้จัดทำและปรับปรุงข้อมูลบนเว็บไซต์ ให้มีความครบถ้วน อย่างสม่ำเสมอ รวดเร็ว และทันสถานการณ์เพื่อให้แน่ใจว่า ผู้ถือหุ้นสามารถหาข้อมูลประกอบการพิจารณาเพิ่มเติม และติดต่อกับหน่วยงานที่รับผิดชอบการให้ข้อมูลได้อย่างสะดวก รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพ
  2. บริษัทมีหน่วยงานสื่อสารองค์กร และหน่วยงานนักลงทุนสัมพันธ์ (Investor Relations) ทำหน้าที่ประชาสัมพันธ์ข้อมูลข่าวสาร การดำเนินงาน และผลงานของบริษัทฯ และบริษัทย่อย ที่เป็นประโยชน์แก่ผู้ถือหุ้น นักลงทุน พนักงาน ผู้ที่เกี่ยวข้อง และสาธารณชนอย่างมีประสิทธิภาพและสม่ำเสมอ ขจัดความเข้าใจที่ผิด รวมทั้งมีหน่วยงานนักลงทุนสัมพันธ์ทำหน้าที่ประสานงานกับนักลงทุนสถาบัน เจ้าหนี้ นักวิเคราะห์หลักทรัพย์ และผู้ถือหุ้นของบริษัทฯ ในการให้ข้อมูลการดำเนินงานและการลงทุนของบริษัทฯ และบริษัทย่อย ด้วยช่องทางการติดต่อที่สะดวก รวดเร็ว และเข้าถึงได้ง่าย
  3. คณะกรรมการบริษัท จัดให้มีการทำงบดุล บัญชีกำไรขาดทุน และรายงานการตรวจสอบบัญชีของผู้สอบบัญชี พร้อมทั้งรายงานประจำปีของคณะกรรมการ เสนอต่อที่ประชุมผู้ถือหุ้นในการประชุมสามัญประจำปีเพื่อพิจารณาอนุมัติ
  4. ในรายงานประจำปี คณะกรรมการบริษัท ได้จัดทำรายงานการประเมินฐานะ และแนวโน้มของบริษัทฯ และบริษัทย่อย โดยสรุปที่เข้าใจได้ง่าย รายงานอธิบายถึงความรับผิดชอบของตนในการจัดทำรายงานทางการเงิน โดยแสดงควบคู่กับรายงานของผู้สอบบัญชี รายงานทางการบริหารที่จำเป็นเพื่อการวิเคราะห์ในรูปแบบต่างๆ นอกเหนือจากรายงานทางการเงิน และรายงานการตรวจสอบ รายงานการเข้าร่วมประชุมของกรรมการ และ/หรือกรรมการชุดย่อย โดยเปรียบเทียบกับจำนวนครั้งของการประชุมคณะกรรมการและ/หรือคณะกรรมการชุดย่อยในแต่ละปี
  5. บริษัทเปิดเผยนโยบายการจ่ายค่าตอบแทนแก่กรรมการ และผู้บริหารระดับสูงที่สะท้อนถึงภาระหน้าที่และความรับผิดชอบของแต่ละคน รวมถึงรูปแบบหรือลักษณะของค่าตอบแทน
ความรับผิดชอบของคณะกรรมการ

คณะกรรมการบริษัท ประกอบด้วยผู้มีความรู้ ความเชี่ยวชาญ และประสบการณ์ที่สามารถเอื้อประโยชน์แก่บริษัทฯ ได้เป็นอย่างดี มีความทุ่มเท และให้เวลาอย่างเต็มที่ในการปฏิบัติหน้าที่ตามความรับผิดชอบ คณะกรรมการได้รับการแต่งตั้งจากผู้ถือหุ้นเพื่อกำกับดูแลแนวทางดำเนินงานของบริษัทฯ แต่งตั้งฝ่ายบริหารเพื่อรับผิดชอบการดำเนินธุรกิจ แต่งตั้งคณะกรรมการชุดย่อยเพื่อรับผิดชอบชุดย่อยที่ได้รับมอบหมาย และแต่งตั้งผู้สอบบัญชีของบริษัท รวมทั้งแต่งตั้งเลขานุการบริษัท รับผิดชอบการดำเนินการประชุมและการปฏิบัติตามกฎหมาย ทั้งนี้ได้แบ่งแยกบทบาทหน้าที่ความรับผิดชอบระหว่างคณะกรรมการบริษัทกับฝ่ายจัดการไว้อย่างชัดเจน

  1. องค์ประกอบคณะกรรมการบริษัท

    ข้อบังคับของบริษัทฯ กำหนดให้คณะกรรมการบริษัท ประกอบด้วยกรรมการจำนวนไม่น้อยกว่า 5 คน แต่ไม่เกิน 12 คน มีวาระการดำรงตำแหน่งในแต่ละวาระคราวละ 3 ปี โดยต้องมีกรรมการอิสระไม่น้อยกว่าหนึ่งในสามของจำนวนกรรมการทั้งหมด แต่ต้องไม่น้อยกว่า 3 คน ทั้งนี้ กรรมการต้องเป็นผู้มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามกฎหมายกำหนด ตลอดจนมีความหลากหลายทั้งด้านความรู้ ความเชี่ยวชาญ และประสบการณ์ที่จะเป็นประโยชน์ต่อบริษัทฯ

  2. ความเป็นอิสระของคณะกรรมการบริษัท

    กรรมการต้องวินิจฉัย แสดงความคิดเห็น และออกเสียงในกิจการที่คณะกรรมการบริษัทมีอำนาจหน้าที่ตัดสินใจ หากการตัดสินใจของคณะกรรมการบริษัทตกอยู่ภายใต้ภาวะกดดันจากหน้าที่การงานหรือครอบครัวหรือมีส่วนได้ส่วนเสียในเรื่องนั้น ย่อมบิดเบือนการตัดสินใจให้ตัดสินเข้าข้างตนเอง คนใกล้ชิด หรือเพื่อประโยชน์ของตนเอง ความเป็นอิสระของกรรมการบริษัทจึงเป็นเรื่องที่ต้องคำนึงถึงอย่างยิ่ง เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของผู้ถือหุ้นและบริษัท ดังนั้นกรรมการบริษัทที่ขาดความเป็นอิสระไม่ควรทำหน้าที่ตัดสินใจ

    • เพื่อให้คณะกรรมการบริษัทภายใต้การนำของประธานกรรมการบริษัท มีภาวะผู้นำและสามารถควบคุมการดำเนินงานของผู้บริหารได้อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล บริษัทฯ จึงแบ่งแยกบทบาทหน้าที่ระหว่างประธานกรรมการ และประธานเจ้าหน้าที่บริหารออกจากกันอย่างชัดเจน
    • กรรมการอิสระสามารถเข้าถึงข้อมูลทางการเงิน และธุรกิจอย่างเพียงพอที่จะสามารถแสดงความเห็นได้อย่างเป็นอิสระ รักษาประโยชน์ของผู้ที่เกี่ยวข้อง และเข้าประชุมโดยสม่ำเสมอ และมีการประชุมร่วมกันของกรรมการอิสระอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง พร้อมทั้งรายงานรับรองความเป็นอิสระของตนเมื่อได้รับการแต่งตั้ง และเป็นประจำทุกปี เพื่อเปิดเผยในรายงานประจำปีของบริษัทฯ
    • กรรมการอิสระเป็นผู้มีความเป็นอิสระตามประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุน คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เกี่ยวกับคุณสมบัติ และขอบเขตการดำเนินงานของคณะกรรมการอิสระ สามารถดูแลผลประโยชน์ของผู้ถือหุ้นทุกรายอย่างเท่าเทียมกัน และดูแลไม่ให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ระหว่างบริษัท กับผู้บริหารหรือผู้ถือหุ้นรายใหญ่ หรือบริษัทอื่นซึ่งมีผู้บริหาร/ผู้ถือหุ้นรายใหญ่กลุ่มเดียวกัน นอกจากนี้ ยังต้องสามารถให้ความคิดเห็นในการประชุมได้อย่างเป็นอิสระ
  3. บทบาทหน้าที่ของคณะกรรมการบริษัท

    คณะกรรมการบริษัท มีบทบาท หน้าที่ และความรับผิดชอบในการกำกับดูแลการดำเนินงานของบริษัท ให้เป็นไปตามกฎหมาย วัตถุประสงค์ ข้อบังคับ และมติที่ประชุมผู้ถือหุ้นอย่างเคร่งครัด ตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี และข้อพึงปฏิบัติที่ดี สำหรับกรรมการบริษัทจดทะเบียนของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

  4. การจัดตั้งคณะกรรมการชุดย่อย

    เพื่อให้มีการพิจารณากลั่นกรองการดำเนินงานที่สำคัญอย่างรอบคอบและมีประสิทธิภาพ คณะกรรมการบริษัท จึงให้มีการจัดตั้งคณะกรรมการชุดย่อยขึ้น คือ คณะกรรมการตรวจสอบ คณะกรรมการจัดการ และคณะกรรมการบริหารความเสี่ยง นอกจากนี้ได้มีการหารือร่วมกันที่จะจัดตั้งคณะกรรมการชุดย่อยเพิ่มเติม ได้แก่ คณะกรรมการกำกับดูแลกิจการ และคณะกรรมการสรรหาและพิจารณาค่าตอบแทน ต่อไป

  5. การประชุมคณะกรรมการบริษัท และการได้รับเอกสารข้อมูล

    ในการจัดประชุมคณะกรรมการบริษัท เลขานุการบริษัทเป็นผู้รับผิดชอบในการจัดเตรียมเอกสาร สถานที่ และประสานงานในการประชุม โดยกรรมการแต่ละท่านได้รับทราบวันประชุม ระเบียบวาระการประชุม และข้อมูลการประชุมเพื่อนำไปศึกษาล่วงหน้าอย่างเพียงพอ

    • คณะกรรมการบริษัท ได้อุทิศเวลา ทุ่มเท และให้ความสนใจกับการดำเนินงานของบริษัทฯ อย่างเต็มที่และพร้อมที่จะเข้าร่วมประชุมอย่างสม่ำเสมออย่างน้อยเดือนละหนึ่งครั้ง หรือตามความจำเป็น โดยมีเลขานุการบริษัทเป็นผู้ประสานงาน เตรียมความพร้อม เตรียมเอกสารที่ใช้ในการประชุม และเชิญประชุม โดยในการประชุมทุกครั้งมีกรรมการเข้าร่วมประชุมอย่างน้อยกึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการทั้งหมดครบองค์ประชุม
    • กรณีกรรมการขาดการประชุมเพราะมีความจำเป็นไม่สามารถเข้าร่วมประชุมได้ ได้มีการแจ้งลาต่อประธานกรรมการเป็นลายลักษณ์อักษร
    • ประธานกรรมการบริษัท เป็นผู้ให้ความเห็นชอบในการจัดวาระการประชุม โดยการปรึกษาหารือกับประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ทั้งนี้ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารได้พิจารณาคำขอของกรรมการที่จะบรรจุเรื่องอื่นที่สำคัญเป็นวาระการพิจารณาในการประชุมครั้งต่อไป
    • ประธานกรรมการบริษัท ได้จัดสรรเวลาอย่างเพียงพอให้แก่ผู้บริหารในการนำเสนอข้อมูล และเพียงพอสำหรับคณะกรรมการบริษัท ที่จะอภิปรายในประเด็นที่สำคัญ
    • ประธานกรรมการบริษัท มีมาตรการที่ชัดเจนเพื่อให้กรรมการได้รับข้อมูลที่เกี่ยวข้องล่วงหน้าโดยมีเวลาเพียงพอที่จะศึกษา พิจารณา และตัดสินใจอย่างถูกต้องในเรื่องต่างๆ ในการประชุมคณะกรรมการบริษัท แต่ละครั้งไม่น้อยกว่า 7 วัน เว้นแต่เป็นการเรียกประชุมเร่งด่วน
    • คณะกรรมการบริษัทสามารถขอเอกสาร ข้อมูล คำปรึกษา และบริการต่างๆ เกี่ยวกับการดำเนินงานของบริษัทจากผู้บริหารระดับสูงโดยมีเลขานุการบริษัทเป็นผู้ประสานงานเพื่อประกอบการประชุมแต่ละครั้ง และสามารถขอความเห็นที่เป็นอิสระจากที่ปรึกษาภายนอกได้หากเห็นว่าจำเป็น โดยบริษัทฯเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมด
    • กรรมการบริษัทที่อาจจะมีความเกี่ยวข้องหรือมีส่วนได้ส่วนเสียในวาระการประชุมใดจะต้องงดออกเสียง งดให้ความเห็นในวาระนั้น หรือออกจากห้องประชุม
    • การจดบันทึกการประชุมคณะกรรมการบริษัท มีความชัดเจนทั้งผลการประชุม และความเห็นของคณะกรรมการบริษัทเพื่อใช้อ้างอิง
  6. เลขานุการบริษัท

    เลขานุการบริษัท เป็นผู้ทำหน้าที่ดูแลให้มีการประชุมคณะกรรมการ และการประชุมผู้ถือหุ้นเป็นไปอย่างราบรื่นและโปร่งใส เป็นไปตามระเบียบและกฎหมาย

    • คณะกรรมการบริษัท มีการแต่งตั้งเลขานุการบริษัท โดยคำแนะนำของประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์เพื่อทำหน้าที่จัดเก็บเอกสารรายงานการประชุม และจัดเก็บและส่งสำเนาการมีส่วนได้ส่วนเสียต่อประธานกรรมการ และประธานกรรมการตรวจสอบภายใน 7 วัน รวมทั้งการอื่นที่คณะกรรมการกำกับตลาดทุนกำหนดในนามของคณะกรรมการ ตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ เมื่อมีการแต่งตั้งแล้ว ให้ประธานกรรมการแจ้งรายชื่อไปยังสำนักงานคณะกรรมการกำกับตลาดทุนภายใน 14 วัน
    • เลขานุการบริษัท มีหน้าที่ดำเนินการ ประสานงานเกี่ยวกับการประชุมคณะกรรมการบริษัท และการประชุมผู้ถือหุ้น และให้คำแนะนำเกี่ยวกับกฎหมายที่คณะกรรมการบริษัท ควรรับทราบ รวมทั้งจัดอบรม และให้ข้อมูลแก่กรรมการ
  7. ค่าตอบแทนของคณะกรรมการบริษัท และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร

    ผู้ถือหุ้นของบริษัทเป็นผู้กำหนดค่าตอบแทนให้กับคณะกรรมการบริษัท และคณะกรรมการบริษัทเป็นผู้กำหนดค่าตอบแทนให้กับประธานเจ้าหน้าที่บริหารของบริษัท

    • ผู้ถือหุ้นมีสิทธิพิจารณาหลักเกณฑ์และนโยบายการกำหนดค่าตอบแทนกรรมการทุกปี โดยคณะกรรมการบริษัทเป็นผู้นำเสนอค่าตอบแทนกรรมการให้ผู้ถือหุ้นเป็นผู้พิจารณาโดยกำหนดเป็นวาระการประชุมในการประชุมสามัญประจำปีผู้ถือหุ้น
    • คณะกรรมการบริษัทและผู้บริหารระดับสูงได้ดำเนินการรายงานเกี่ยวกับนโยบายเรื่องค่าตอบแทนกรรมการ หลักการและเหตุผล ไว้ในรายงานประจำปีของบริษัท
  8. แผนการสืบทอดตำแหน่ง

    บริษัทมีแผนการคัดสรรบุคลากรที่จะเข้ามารับผิดชอบในตำแหน่งงานบริหารที่สำคัญในทุกระดับอย่างเหมาะสม การสรรหาประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่จะเป็นไปตามกระบวนการสรรหาที่มีการพิจารณาบุคคลทั้งจากภายในและภายนอกบริษัท

  9. การประเมินผลการปฏิบัติงาน

    คณะกรรมการบริษัทได้ทำแบบประเมินผลการปฏิบัติงานของคณะกรรมการบริษัทอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง เพื่อเป็นไปตามหลักเกณฑ์การกำกับดูแลกิจการที่ดีสำหรับบริษัทจดทเบียน และให้คณะกรรมการร่วมกันพิจารณาผลงานและปรับปรุงแก้ไขต่อไป ซึ่งการประเมินดังกล่าวจะจัดทำทั้งแบบรายคณะและรายบุคคล โดยมีเกณฑ์การประเมินคิดเป็นร้อยละจากคะแนนเต็ม คือ มากกว่าร้อยละ 85 = ดีเยี่ยม มากกว่าร้อยละ 75 = ดีมาก มากกว่าร้อยละ 65 = ดี มากกว่าร้อยละ 50 = พอใช้ ต่ำกว่า/เท่ากับร้อยละ 50 = ควรปรับปรุง โดยสสรุปผลการประเมินทั้งแบบรายคณะและรายบุคคล นั้นอยู่ในเกณฑ์ดีเยี่ยม